Click here..
 
 

 
 
จากหน้ามือถึงฝ่าเท้า..ทิศทางป่าไม้ไทย
8 พ.ย. 55
จากหน้ามือถึงฝ่าเท้า..ทิศทางป่าไม้ไทย

บอกตรงๆ ว่ากำลังงงกับนโยบายด้านป่าไม้ของรัฐบาลนี้อย่างแรง ที่นอกจากจะหาอธิบดีกรมอุทยานฯ คนใหม่ไม่ได้ แล้วยังชะลอการจับกุมผู้บุกรุกป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติออกไป ทั้งที่บางคดีมีคำสั่งศาลแล้วด้วยซ้ำ แต่ต้องงง..มึน..ตึ๊บ..หนักไปกว่าเดิมก็กรณีที่ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่ากรมป่าไม้ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีกรมป่าไม้เตรียมแจกใบรับรองสิทธิ์ทำกิน (สทก.) ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศ ให้กับราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนฯ โดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ทำกิน เบื้องต้นจำนวน 1.5 หมื่นแปลง เนื้อที่ประมาณ 3 แสนไร่ ในพื้นที่ 9 จังหวัด จากนั้นจะนำป่าสงวน (เสื่อมโทรม) แจกฟรีปีละ 1 ล้านไร่ ให้ครบ 2.5 ล้านไร่ ใน 3 ปี ทั้งนี้ สทก.ห้ามมีการเปลี่ยนมือ แต่เป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลานได้ ส่วนการทำประโยชน์ในที่ดินสทก.นั้นไม่จำเป็นต้องมาจากการทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่จะทำอะไรก็ได้ ที่ไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ถ้าหากเป็นการสร้างรีสอร์ทที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมก็สามารถทำได้ หลายคนกล่าวกันถึงการเมืองไปแล้ว ในที่นี้จะกล่าวถึงเรื่องเก่าที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้อย่างกรณีวังน้ำเขียว และอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งมีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ จริงๆ แล้วการแจกป่าให้กับคนจนได้มีที่ทำกินเป็นความปรารถนาดีอย่างยิ่งยวดในการป้องกันการบุกรุก เพราะดึงให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่แล้วเข้ามามีส่วนร่วม การแจกที่ดินแถบวังน้ำเขียวนั้นมี ภบท.5 และส.ป.ก.4-01 ซึ่งที่ดินทั้งสองประเภทนี้ไม่สามารถซื้อขายได้ แต่ทว่าปัจจุบันพื้นที่ที่นั่นอุดมไปด้วยรีสอร์ท บ้านพักของเศรษฐี คำถามสำคัญก็คือรัฐมีปัญญายึดคืนหรือไม่ เพราะบ้านเรานี้แปลกที่ดินห้ามซื้อห้ามขายก็ซื้อขายกันได้หน้าตาเฉย พื้นที่ป่าสงวนอย่างเขายายเที่ยงก็ขึ้นไปสร้างบ้านกันได้หน้าตาเฉย ต้องเข้าใจประเด็นสำคัญคือป่าไม้ที่ถูกทำลายแล้วอาจจะสร้างขึ้นใหม่ได้นั้นไม่ง่าย จริงอยู่ว่าต้นไม้อาจจะขึ้นเป็นต้นยืนเรียงแถวกันสวยงาม แต่ต้องไม่ลืมว่าเราได้ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ บ้านของสัตว์ป่า และสรรพประโยชน์อีกนานัปการซึ่งไม่รู้ว่าจะฟื้นตัวหรือไม่ ยอมรับว่านโยบายใหม่ของกรมป่าไม้เป็นนโยบายที่มองเรื่องการบริหารจัดการป่าไม้ซึ่งเป็นนโยบายเชิงรุก เช่น การยุบหน่วยป้องกันรักษาป่าทั้งประเทศ 491 หน่วย เพื่อจัดตั้งเป็นหน่วยบริหารป่าสงวนแห่งชาติแทนเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ “ไม่เน้นการป้องกัน” แต่เน้นบริหารจัดการพื้นที่ป่าโดยให้ประชาชนช่วยดูแล ในกรณีผมรับได้เพราะคาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการทำงานให้คล่องตัวสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที แต่กับนโยบายแจกป่าสงวนที่บอกว่าเสื่อมโทรมเป็นล้านๆ ไร่ในไม่กี่ปี อยากให้กรมป่าไม้ย้อนกลับไปดูอดีตที่ผ่านมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่ป่าไม้จากนโยบายต่างๆ ว่าทำไมพื้นที่ต่างๆ ที่แจกไปจึงไปอยู่ในมือคนรวย หรือป่าสงวนที่ถูกบุกรุกนั้นได้จัดการยึดคืนมาหรือยัง พื้นที่อุทยานฯ ที่ถูกบุกรุกเอาคืนมาหมดหรือยัง ถ้ายังไปจัดการกับปัญหาเก่าให้เสร็จก่อนที่จะมีนโยบายใหม่ๆ เผื่อว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้ และต้องไม่ลืมว่าบทเรียนมีไว้ให้ทบทวนและแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด จริงๆ แล้วผมไม่ได้ชื่นชอบลัทธิคลั่งฮีโร่ของสังคม เพราะเชื่อว่าคนเรามีดีและเลวปนๆ กันอยู่ แต่พอเห็นสิ่งที่กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำอยู่นั้น มันทำให้ความมึนงงเกิดขึ้นจนอดนึกถึงดำรงค์ พิเดชไม่ได้จริงๆ โดย สมภพ ศิริสว่าง


 
 
 

ฟื้นฟูป่าต้นน้ำเชียงม่วน
อาสาสมัตรชุมชนอำเภอเชียงม่วน จ...
13 พ.ย. 61


สร้างบ้านให้ปลา สร้างโลกให้คน
มูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไ...
13 พ.ย. 61


ฝายมีชีวิต
ฝายมีชีวิต การอนุรักษ์ทรัพย...
13 พ.ย. 61


 
   
 
คลิก
การเรียนรู้เป็นแนวทางนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ และความแข็งแรงของประเทศชาติ ทว่าอุปสรรค เรียนรู้ ในพื้นที่ห่างไกลและความแข็งแรง
ร่วมบริจาค
คลิก
การเรียนรู้เป็นแนวทางนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ และความแข็งแรงของประเทศชาติ ทว่าอุปสรรค เรียนรู้ ในพื้นที่ห่างไกลและความแข็งแรง
คลิก
การเรียนรู้เป็นแนวทางนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ และความแข็งแรงของประเทศชาติ ทว่าอุปสรรค เรียนรู้ ในพื้นที่ห่างไกลและความแข็งแรง